การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำ

การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำสำหรับโรคมะเร็งเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการดูแลมะเร็งแบบองค์รวมของเรา

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ ที่รู้จักกันในชื่อกรดแอสคอร์บิก พบได้ในผลไม้และผักที่มีรสเปรี้ยว ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระโดยการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ การให้วิตามินซีขนาดสูงทำได้โดยการให้ทางหลอดเลือดดำ หรือ iv และมีฤทธิ์ในการท้าทายการทำงานของเซลล์มะเร็งในระดับเมตาบอลิซึม โดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ที่ทำงานเป็นปกติ

อนุมูลอิสระถูกสร้างขึ้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน นอกจากนี้ ยังอาจได้รับจากการสัมผัสกับสารอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น รังสียูวีจากแสงแดด มลพิษทางอากาศ และควันบุหรี่

วิตามินซีมีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่จำเป็นในกระบวนสมานแผลของร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อให้สามารถปกป้องร่างกายจากโรคต่างๆได้

การทำงานของวิตามินซีที่ให้ทางหลอดเลือดดำ

เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่ขาดเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเซลล์ที่แข็งแรงมีอยู่ในปริมาณมาก และไม่สามารถใช้ออกซิเจนเพื่อเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานได้ เอนไซม์จำเพาะที่เปลี่ยนออกซิเจนและน้ำให้เป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เรียกว่า ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalase)

ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalase) คือ “เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ” ที่เปลี่ยนออกซิเจนและน้ำให้เป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ในการฉีดวิตามินซี วิตามินซีจะทำหน้าที่เป็นโปรออกซิแดนท์ (ตัวเร่งปฏิกิริยาการเติมออกซิเจน) ที่มีความเข้มข้นสูง และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์บางส่วนจะถูกสร้างขึ้นและจะถูกกำจัดอย่างรวดเร็วโดย catalase ในเซลล์ปกติ แต่เนื่องจากเซลล์มะเร็งพร่องหรือขาด catalase ทำให้เซลล์ถูกกำจัดไปโดยเพอร์ออกไซด์

วิตามินซีและเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า วิตามินซีขนาดสูงที่ให้ทางหลอดเลือดดำมีฤทธิ์สูงกว่ายาทดลอง (2-DG) อย่างมีนัยสำคัญในการฆ่าเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเป็น “สำเนาที่ดีที่สุด” ที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งกลับมาโตได้อีก

ต่างจากเซลล์ที่มีสุขภาพดี เซลล์มะเร็งที่ไม่มีลักษณะของเซลล์ต้นกำเนิดจะไม่มี “ความยืดหยุ่นในการเผาผลาญ” เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับแหล่งอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปได้ สิ่งนี้ทำให้เซลล์ที่ดีได้เปรียบเมื่อใช้การบำบัดที่เจาะจง เช่น การฉีดวิตามินซี

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า วิตามินซีในปริมาณสูงสามารถ “ฆ่าเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง” ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะด็อกซีไซคลิน (doxycycline) ได้ ยาปฏิชีวนะนี้ถูกนำมาใช้ในการรักษามะเร็งหลายประเภท รวมถึง มะเร็งเต้านม รังไข่ ต่อมลูกหมาก ปอด ตับอ่อน และมะเร็งผิวหนัง

ทำไมต้องเป็นวิตามินซีทางหลอดเลือดดำ

การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำเป็นวิธีใช้ที่ดีที่สุดเพื่อศักยภาพสูงสุดของมัน การศึกษาชิ้นหนึ่ง (sciencedaily.com/releases/2017/01/170109134014.htm) พบว่า เมื่อเลี่ยงเส้นทางย่อยอาหาร วิตามินซีจะสามารถ “สร้างระดับในเลือดที่สูงกว่าระดับจากการได้รับโดยการรับประทาน 100 – 500 เท่า” “ความเข้มข้นที่สูงมาก” นี้มีความสำคัญต่อคุณสมบัติในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งของวิตามินซี การศึกษาเดียวกันนี้ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในการทำลายเนื้อเยื่อของเนื้องอก ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากการที่วิตามินซี “แตกตัวได้ง่าย”

การทดลองทางคลินิก (cancer.gov/about-cancer/treatment/cam/hp/vitamin-c-pdq) และการศึกษาในห้องปฏิบัติการอื่นๆพบว่า “วิตามินซีปริมาณสูงมีคุณสมบัติรีดอกซ์” และช่วยลดการแพร่กระจายของตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ และเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดวิตามินซีในปริมาณสูง มี “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” และ “ความเป็นพิษอันเนื่องมาจากมะเร็งลดลง”

นอกเหนือจากการฆ่าเซลล์มะเร็งและเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งแล้ว ประโยชน์อื่นๆของการได้รับวิตามินซีทางหลอดเลือดดำที่ได้รับการกล่าวถึง ได้แก่ การลดอาการปวดและความเป็นพิษในกระแสเลือดอันเนื่องมาจากมะเร็ง ป้องกันการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ลดการก่อตัวของเส้นเลือดใหม่ของเซลล์มะเร็ง ลดการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดและระยะเวลาในการฟื้นตัว และลดโอกาสของการเกิดมะเร็งซ้ำหลังการผ่าตัด

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำจึงเป็นส่วนสำคัญในโปรแกรมการดูแลมะเร็งของเราที่คลินิก TheLifeCo

เรียนรู้เกี่ยวกับสารพฤกษเคมี เควอซิติน (Quercetin) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารฟลาโวนอยด์ที่พบในพืช เพื่อการรักษามะเร็ง