ศูนย์การรักษามะเร็งทางเลือก

การบำบัดการเผาผลาญประกอบด้วยการใช้สารจากพืชที่มีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง โดยใช้ข้อจำกัดในการเผาผลาญ (ระบบเอนไซม์) ของเซลล์มะเร็งเป็นกลไกในการทำงาน

มีผลทำให้เซลล์มะเร็งตาย ในขณะที่เซลล์ที่แข็งแรงไม่ได้รับผลกระทบหรือถูกกระตุ้นแต่อย่างใด การบำบัดการเผาผลาญเหล่านี้ทำได้โดยการฉีดเข้าเส้นเลือดดำ และเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของการรักษาทางเลือก / เชิงบูรณาการ

IPT หรือเคมีบำบัดแบบเจาะจงอย่างอ่อน เป็นสิ่งจำเป็นในบางกรณีและสามารถใช้ร่วมกับการบำบัดการเผาผลาญ เพื่อกดความสามารถในการพัฒนาความต้านทานของเซลล์มะเร็ง

วิตามินซี

วิตามินซีทำหน้าที่เป็นโปรออกซิแดนท์ (ตัวเร่งปฏิกิริยาการเติมออกซิเจน) ที่มีความเข้มข้นสูง และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์บางส่วนจะถูกสร้างขึ้นและถูกกำจัดอย่างรวดเร็วโดย catalase (เอนไซม์เร่งปฏิกิริยา) ในเซลล์ปกติ แต่เนื่องจากเซลล์มะเร็งพร่องหรือขาด catalase ทำให้เซลล์ถูกกำจัดไปโดยเพอร์ออกไซด์ได้

Artesunate

กลไกการทำงานของ Artesunate ในการบำบัดมะเร็งได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เซลล์มะเร็งมีแนวโน้มในการดูดซึมธาตุเหล็กได้มาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลไกที่ไปเร่งอัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์

เหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพื่อสร้างอนุมูลอิสระซึ่งเป็นโมเลกุลที่ทำลายดีเอ็นเอ โดย Artesunate จะไปกระตุ้นกระบวนการตายของเซลล์ผ่านไมโตคอนเดรีย (apoptosis) โดยใช้เหล็กซึ่งเร่งการผลิตออกซิเจนที่มีปฏิกิริยาในไลโซโซม และใช้เหล็กในเซลล์มะเร็งในการต่อต้านกับตัวเซลล์มะเร็งเอง

กลูตาไธโอน

กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยปกป้องร่างกายโดยการจับและทำลายโมเลกุลของออกซิเจนที่ทำปฏิกิริยาและอนุมูลอิสระ ขจัดความเป็นพิษของอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย ช่วยชะล้างสารพิษ และส่งเสริมสุขภาพและความสมบูรณ์ของเซลล์

กลูตาไธโอนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอและโปรตีน โดยสามารถให้ได้ทางหลอดเลือดดำ และใช้เป็นอาหารเสริมได้ตลอดชีวิต ปริมาณการใช้เริ่มต้นจะอยู่ที่ 6 ครั้ง สามารถให้ได้สองหรือสามครั้งต่อสัปดาห์ และทำต่อเนื่องได้ทุกเดือนหลังทำ 6 ครั้งแรกแล้ว

B17

Amygdalin หรือวิตามินบี 17 (B17) เป็นสารจากธรรมชาติ (ไนทริโลไซด์) ที่พบในพืชบางชนิดและมีความเป็นพิษอย่างมากต่อเซลล์มะเร็ง อันที่จริงแล้วตัวสาร Amygdalin เองไม่ได้มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง แต่เป็นวิธีการทำงานของมัน

ALA

ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่นำวิตามินซีกลับมาใช้ใหม่ และส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญของเซลล์แบบใช้ออกซิเจน นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างเซลล์ใหม่จากกระบวนการการซ่อมแซมเซลล์เก่า และสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง

โอโซนบำบัด (MAH)

โอโซน เป็นสารต้านแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส โอโซนบำบัดเป็นทางเลือกแทนการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษ และโดยการเพิ่มระดับของออกซิเจนในเลือดนี้ เป็นผลให้เนื้อเยื่อของทุกส่วนในร่างกายได้รับออกซิเจนไปด้วย

เมื่อเลือดปริมาณหนึ่งถูกผสมด้วยออกซิเจนและโอโซน ทำให้ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดมีมากขึ้น สิ่งนี้จะไปช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ต้านการอักเสบซึ่งมีความจำเป็นในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง และไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อผิวพรรณของเราเท่านั้น แต่ยังช่วยในกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายอีกด้วย

วิธีนี้ช่วยส่งเสริมกระบวนการการขับสารพิษในเลือดและตับ การต่อต้านริ้วรอย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การบำบัดทำได้โดยการฉีดทางหลอดเลือดดำหรือทางทวารหนัก เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาเราแนะนำให้เข้าร่วมโปรแกรมนี้ทั้งหมด 10 ครั้ง

คีเลชั่นบำบัด

ในร่างกายของเรามีการสะสมของโลหะหนักที่ตกค้างอยู่เป็นเวลานาน โลหะหนักเป็นโลหะจากสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่มีบทบาททางสรีรวิทยา และต้องถูกกำจัดออกจากร่างกาย เนื่องจากโลหะเหล่านี้จะไปแทนที่ธาตุที่มีประจุบวก เช่น ซีลีเนียม สังกะสี และทองแดง เป็นต้น

ธาตุเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์นับล้านที่มีส่วนร่วมในปฏิกิริยามากกว่า 1,000,000 ปฏิกิริยาในแต่ละวินาทีในร่างกายของเรา เมื่อโลหะหนักเข้าไปแทนที่แร่ธาตุที่จำเป็นของร่างกาย ระบบเอนไซม์จะไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป

การที่เอนไซม์ไม่สามารถทำงานได้ ก็เหมือนกับการปิด ‘สวิตช์การเผาผลาญ’ ซึ่งเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนให้ร่างกายทำงานต่อไปได้ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำงานได้

ระบบประสาท (สมองและประสาทส่วนปลาย) จะสูญเสียความสามารถในการทำงาน โดยสูญเสียความเร็วที่จำเป็นสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้หน่วยความทรงจำ ทักษะอื่นๆ เช่น “ความคิด” หัวใจ ไต ตับ และอวัยวะอื่นๆ จะเริ่มทำงานได้ช้าลง ส่งผลให้กระบวนการของร่างกายที่เคยมีชีวิตชีวามีความเฉื่อยชาและเริ่มหมดแรงไปในที่สุด

ทั้ง (Na)2EDTA และ CaEDTA เป็นสารน้ำที่ให้ทางหลอดเลือดดำที่มีประสิทธิภาพในการ “จับ” โลหะที่ไม่จำเป็นและเป็นอันตรายเหล่านี้ และนำออกจากร่างกายทางปัสสาวะ

เคอร์คูมิน

เคอร์คูมิน (Curcuma longa) มีสารไดเฟอรูโลอิลมีเทน (diferuloyl methane) เป็นส่วนประกอบหลักที่มีผลในการรักษาโรค เคอร์คูมินพบได้ขมิ้นชันซึ่งเป็นพืชตระกูลขิง การศึกษาทั้งในห้องปฏิบัติการและทางระบาดวิทยาแสดงให้เห็นว่า เคอร์คูมินมีฤทธิ์ที่หลากหลายในการต้านมะเร็ง

ขมิ้นเป็นเครื่องเทศที่ปลูกในหลายประเทศในเอเชีย และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ หญ้าฝรั่นของอินเดีย (Indian saffron) เจียงฮวง ฮาริดรา และฮาลดี โดยผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหารคือ ผงเคอร์คูมิน ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารในอาหารเอเชียเท่านั้น แต่ยังใช้ในการแพทย์แผนโบราณทั่วโลก รวมถึงอายุรเวทและการแพทย์แผนจีน (TCM) อีกด้วย

จากการวิจัยพบว่า มีอัตราการเกิดมะเร็งค่อนข้างต่ำในประเทศที่ผู้คนรับประทานเคอร์คูมินเป็นประจำ วันละ 100 – 200 มก. มาเป็นระยะเวลานาน มีการศึกษามากกว่า 2,000 ชิ้นแสดงให้เห็นว่า เคอร์คูมินมีประสิทธิภาพในการต่อต้านมะเร็งในเต้านม ต่อมลูกหมาก ตับ ลำไส้ใหญ่ ปอด ตับอ่อน และอวัยวะอื่นๆอีกมากมาย

การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า เคอร์คูมินมีฤทธิ์ในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์เหล่านี้ “ฆ่าตัวตาย” รวมถึงป้องกันการแพร่กระจาย และหยุดการก่อตัวตั้งแต่แรก

ความงดงามของเคอร์คูมินคือความสามารถในการตั้งเป้าไปที่เซลล์มะเร็ง ในขณะที่ไม่เป็นอันตรายอีกทั้งยังช่วยปกป้องเซลล์ที่ดี สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับเคมีบำบัดซึ่งทำลายเซลล์ทุกชนิด ทั้งเซลล์ที่ดีและเซลล์มะเร็ง

เคอร์คูมินตั้งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย

เคอร์คูมินเปลี่ยนทั้งการทำงานและการแสดงออกของยีน และไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์มะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่แข็งแรงอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านการสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถเติบโตหรือแพร่กระจายได้

เคอร์คูมินมีผลต่อวิถีโมเลกุลนับ 100 โดยเมื่อมันเข้าไปในเซลล์ จะทำให้เกิดผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

หยุดการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์เนื้องอก
หยุดเซลล์ที่ดีไม่ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
สามารถหยุดเซลล์กลายพันธุ์ไม่ให้แพร่กระจายได้
ลดการอักเสบ ซึ่งเป็นวิธีการแพร่กระจายและก่อตัวเป็น “ค่าย” ของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง
ยับยั้งโปรตีนที่จำเป็นในการสร้างเนื้องอก
หยุดการสร้างเส้นเลือดใหม่

ทำไมการใช้ขมิ้นชันครบส่วนจึงไม่ได้ผล

ขมิ้นชันครบส่วนมีเคอร์คูมินอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้เพื่อให้ได้ผลในการต้านมะเร็ง รากขมิ้นเองมีเคอร์คูมินอยู่เพียง 3% และเคอร์คูมินถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่ดีนัก

มีเพียงประมาณ 1% ของปริมาณที่รับประทานเข้าไปเท่านั้นที่ถูกดูดซึมได้ ดังนั้น การใช้ขมิ้นทั้งหมดก็ยังไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงชั้นเนื้อเยื่อ ดังนั้น จึงควรใช้เคอร์คูมินเสริมทั้งในอาหารและทางการแพทย์

การบำบัดแบบประคับประคองที่ศูนย์บำบัดของเราให้ความสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพให้กับแต่ละคนที่มายังศูนย์ของเรา โดยเรามีการบำบัดเสริมมากมาย เช่น โยคะ การบรรยายเรื่องสุขภาพ คลาสสอนเกี่ยวกับการเตรียมอาหาร เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

ขั้นตอนการลงทะเบียน

ลงทะเบียนสำหรับการรักษา

ลงทะเบียนสำหรับการรักษา
เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์มและส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของเรา เจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับไปหาคุณ เพื่อทำการนัดหมายให้คุณได้พูดคุยผ่านโปรแกรม skype กับคุณหมอ Thomas Lodi

การตรวจสอบคุณสมบัติ

ทีมงานของเราอาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณ ในหัวข้อดังต่อไป

  • การทำงานของผู้ป่วย
  • ความยืดหยุ่นในการเดินทางของผู้ป่วย
  • สถานภาพทางการเงินของผู้ป่วย

การสนทนาผ่าน skype

เมื่อคุณผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ทีมงานของเราจะทำนัดให้คุณได้พบกับคุณหมอ Thomas Lodi เพื่อพูดคุยรายละเอียดผ่านโปรแกรม skype โดยการพบปะนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจความต้องการ และความคาดหวังของผู้ป่วย

การจัดเตรียมแผนการรักษา

หลังการปรึกษาผ่าน skype คุณหมอ Lodi จะทำแผนการรักษาที่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับตารางกิจวัตร และแผนการบำบัดอย่างละเอียด รวมถึงราคา ก็จะถูกประเมินในขั้นตอนนี้ด้วย

เตรียมความพร้อมเพื่อประสบการณ์การบำบัดของคุณ

หลังแผนการรักษาได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายแล้ว เราจะจัดเตรียมเรื่องการขนส่งและที่พักทันที ในระหว่างนี้ คุณต้องทำการชำระเงินมัดจำ 20% สำหรับการจัดเตรียมยาและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ